Get Adobe Flash player

พัทลุงดอทคอม Fanpage

จำนวนผู้เข้าชม

011422
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
22
40
159
11081
591
918
11422

Your IP: 54.166.66.204
Server Time: 2014-10-24 11:57:47

วัดเขาอ้อ

 

          วัดเขาอ้อ สร้างมากว่า 900 ปีแล้ว แต่บางตำนานว่าสร้างมากว่า1000 ปี บริเวณเขาอ้อ มีถ้ำหลายแห่ง ได้แก่ ถ้ำพระ หรือถ้ำฉัททันต์บรรพตใช้สำหรับปลุกเสกพระเครื่องและวัตถุมงคล จตุคามรามเทพ ถ้ำไทร ถ้ำหอมและถ้ำท้องพระโรงนอกจากนี้ยังมีบ่อแช่ว่านสมุนไพรเชื่อกันว่าในสมัยก่อนมีการลงไปแช่เพื่อการอยู่ยงคงกะพัน โดยจะต้องแช่เป็นเวลา 7วัน สามารถนอนแช่ได้ 7 คน และเล่าต่อกันมาว่าขุนพันธรักษ์ราชเดชซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ทองเซ้า (พระครูสังฆวิจารย์ฉัตรทันต์บรรพต)เจ้าอาวาสวัดเขาอ้อในสมัยหนึ่ง ก็เคยมาแช่ที่บ่อแห่งนี้ และบริเวณใกล้ๆก็มีรอยพระพุทธบาท เจดีย์ และพระพุทธรูปนั่งนักท่องเที่ยวมากช่วงเทศกาลและช่วงหยุดเสาร์ อาทิตย์และอีกช่วงที่นักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ คือ ช่วงกินเหนียวดำ รำมะนา (ขึ้น 8 ค่ำเดือน 3) เป็นช่วงที่ทำบุญบูรพาจารย์สายเขาอ้อซึ่งจะมีทั้งเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อและลูกศิษย์จากวัดเขาอ้อมาร่วมพิธี

วัดเขาอ้อเป็นวัดที่มีแหล่งวิทยาคมทางไสยศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ตั้งแต่สมัยโบราณพระเกจิอาจารย์ผู้สืบต่อวิชาทางไสยศาสตร์ต่างก็เป็นที่พึ่งที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไปเช่น พระอาจารย์ทองเฒ่าพระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด) พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลาพระครูพิพัฒน์สิริธร (อาจารย์คง) วัดบ้านสวน พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ และที่เป็นฆราวาสที่คนทั่วไปรู้จักกันดีได้แก่ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นต้น

วัดเขาอ้อหรือสำนักเขาอ้อมีลักษณะคล้ายสำนักทิศาปาโมกข์ของพราหมณ์ หรือฤษีผู้ทรงคุณวิชาที่ถ่ายทอดนอกจากวิชาการปกครองตามตำราธรรมศาสตร์แล้วพราหมณ์ผู้ทรงคุณวุฒิได้ถ่ายทอดเรื่องพิธีกรรมฤกษ์ยามการจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามตลอดจนไสยเวทย์และการแพทย์

เดิมวัดเขาอ้อ หรือสำนักเขาอ้อเป็นสถานที่บำเพ็ญพรตของพราหมณ์ผู้เรืองเวทย์ สืบต่อกันมาหลายรุ่นมีประวัติเล่าว่ามีพราหมณ์ผู้ทรงวิทยาคุณที่เรียกว่าฤษีได้บำเพ็ญพรตจนสำเร็จวิชาพระเวทย์ ลำดับ 4 ของพราหมณ์และได้สืบทอดวิชานั้นให้พราหมณ์ในลำดับ หลังต่อๆมาซึ่งพราหมณ์ในอดีตนั้นมีหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้แก่บุคคลในวรรณะกษัตริย์ หรือเชื้อพระวงศ์ เพื่อจะใช้วิชาปกครองบ้านเมืองต่อไปสำนักเขาอ้อจึงมีลักษณะคล้ายสำนักทิศาปาโมกข์ของพราหมณ์หรือฤษีผู้ทรงคุณวิชาที่ถ่ายทอดนอกจากวิชาการปกครองตามตำราธรรมศาสตร์แล้วพราหมณ์ผู้ทรงคุณวุฒิได้ถ่ายทอดเรื่องพิธีกรรมเลิกยามการจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามตลอดจนไสยเวทย์การแพทย์ตามตำราบอก วิชาทั้ง 2สายนี้ได้สืบทอดโดยพราหมณ์คณาจารย์ผู้เฒ่า 2ท่าน ซึ่งสืบทอดคนละสาย สำนักเขาอ้อในสมัยนั้น จึงมีพราหมณ์คณาจารย์ 2ท่านเสมอ การสืบทอดวิชาได้ดำเนินมาจนถึงพราหมณ์รุ่นสุดท้ายเห็นว่าไม่มีผู้สืบทอดต่อแล้วประกอบกับเล็งเห็นว่าเมื่อสิ้นท่านแล้วสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อาจถูกทิ้งร้างเนื่องจากสำนักเขาอ้อเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พราหมณ์ผู้บรรลุพระเวทย์หลายท่านได้ฝังร่างไว้ที่นี่สถานที่นี้จึงศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าที่จะถูกทิ้งร้างพราหมณ์ผู้นั้นจึงได้เล็งหาผู้ที่จะสืบทอดวิชาต่อและรักษาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ขณะนั้นอิทธิพลของพระพุทธศาสนาได้แผ่เข้ามามีอิทธิพลรายล้อมเมืองพัทลุงแล้วเล็งเห็นว่าต่อไปภายหน้าพระพุทธศาสนาจะมีความเจริญรุ่งเรืองในแถบนี้ท่านเลยตัดสินใจไปนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่งมาอยู่ในถ้ำแทนท่านและมอบคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของบูรพาจารย์พราหมณ์พร้อมทั้งถ่ายทอดวิชาทางไสยเวทย์ให้รวมทั้งวิชาทางการแพทย์แผนโบราณ พระภิกษุรูปแรกทราบแต่เพียงว่า มีนามว่า ' ทอง' (ตามหนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรเล่มที่ 3หน้า 686 )

สำนักเขาอ้อ หรือวัดเขาอ้อได้มีความเจริญรุ่งเรืองและบางครั้งก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาจวบจนสมัยของเจ้าอาวาสรูปที่ 9 อาจารย์ทองเฒ่า หรือพระครูสังฆวิจารณ์ฉัตรฑันบรรพต ซึ่งมีความชำนาญทางไสยศาสตร์มากได้มีการปรับปรุงและพัฒนาวัดเขาอ้อ จนมีชื่อเสียงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง